fbpx

อธิบายทฤษฎีเวลาใน Avenger : Endgame [Spoil Alert]

คำเตือน มีการสปอยล์เยอะมาก!!

หลายคนคงได้รู้บทสรุปของ Avenger : Endgame กันไปแล้ว ถึงมันจะจบเรื่องได้ดีและน่าประทับใจ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีเรื่องที่คาใจสงสัย โดยเฉพาะการเดินทางย้อนเวลา ที่ใช้ชื่อว่าปฏิบัติการ Time Heist นั้นก็ทำให้หลายคนที่ตามเรื่องไม่ทัน เกิดความสับสนกันไป ไม่เป็นไรครับ วันนี้ Dude it’s Time จะมาอธิบายเรื่องนี้ให้เข้าใจเอง

เริ่มแรกเลยหลายคนอาจจะยังติดภาพจากหนังอย่าง Back To The Futuer, The Terminator หรือแม้แต่ X-Men: Days of Future Past ที่มีการย้อนเวลากลับมาอดีตเพื่อเปลี่ยนแปลงบางอย่าง และพอเดินทางกลับไปในปัจุบันก็ปรากฎว่า สิ่งต่างๆในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงไปด้วย เป็นการส่งผลกระทบต่อเนื่องกันแบบลูกโซ่นั้น ขอให้ลืมข้อมูลนี้ไปให้หมดก่อนครับ เพราะในกรณีของ Avengers นั้น จะใช้ทฤษฎีแบบโลกคู่ขนาน ที่การไปเปลี่ยนแปลงอดีตนั้นจะไม่ได้ส่งผลถึงยุคที่เราอยู่ในปัจจุบัน แต่อดีตที่เปลี่ยนแปลงนั้นจะเกิดอนาคตอีกแบบขึ้นมาแทน 

ยกตัวอย่างเช่น หากเราย้อนเวลากลับไปฆ่าธานอสตั้งแต่ตอนเป็นเด็กเพื่อไม่ให้เกิดการดีดนิ้วในอนาคต เมื่อกลับมายุคปัจจุบันก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเพราะธานอสได้ดีดนิ้วล้างจักรวาลในยุคของเราไปแล้ว แต่สิ่งที่เปลี่ยนคือยุคอดีตที่เราย้อนไปฆ่าธานอสจะไม่มีการดีดนิ้วเกิดขึ้น ก่อให้โลกคู่ขนานอีกแบบหนึ่ง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับยุคที่เราอยู่

มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ใช้ทฤษฏีเดียวกับ Avengers : Endgame ก็คือการ์ตูนในตำนานอย่าง Dragonball ภาค มนุษย์ดัดแปลง นั่นเอง เนื้อเรื่องว่าด้วย ทรังค์ ลูกชายของเบจิต้าและบลูม่าเดินทางมาจากอนาคตเพื่อเตือนพวกโกคูเรื่องมนุษย์ดัดแปลงที่จะออกมาฆ่าล้างมนุษย์ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า โดยหวังจะเปลี่ยนแปลงอนาคตอันเลวร้ายของเขาได้ สุดท้ายพวกโกคูเอาชนะมนุษย์ดัดแปลงได้และโลกก็อยู่อย่างสงบสุข (ขอข้ามรายละเอียดไปเพราะเดี๋ยวจะยาว) แต่เมื่อทรั้งค์เดินทางกลับมายุคอนาคตของเขาเอง ปรากฎว่าพวกโกคูไม่ได้ฟื้นขึ้นมาและมนุษย์ดัดแปลงก็ยังไม่ตาย เพราะ Time Line ที่พวกโกคูยังอยู่นั้นได้เกิดโลกคู่ขนาน เป็นอนาคตอีกรูปแบบหนึ่งแทน ทั้งนี้ การเดินย้อนเวลาของเขาก็ไม่ได้สูญเปล่า เพราะในโลกอดีตทรั้งค์ได้ไปฝีกวิชากับเบจิต้าผู้เป็นพ่อ ซึ่งในยุคของเขานั้นตายไปตั้งแต่ทรังค์ยังเล็ก ส่งผลให้เขากลับมาเอาชนะมนุษย์ดัดแปลงในโลกของตัวเองได้ไม่ยาก (คล้ายกับเหล่า Avengers ที่ได้ย้อนไปพบคนสำคัญของตัวเอง และเกิดแรงผลักดันให้กลับมาสู้ต่อไป)

กลับมาที่เหล่า Avengers ได้มีการแบ่งทีมเป็น 3 ทีม เพื่อย้อนกลับไปรวบรวม Infinity Stones ในช่วงเวลาต่างๆ ดังนี้

  1. ทีมดูจะราบรื่นที่สุดก็คือ Thor และ Rocket ที่ย้อนกลับไป Asgard ปี 2013 (เหตุการณ์ใน Thor: The Dark World) เพื่อเอา Reality Stone
  2. ทีม Captain, Iron Man, Hulk และ Ant Man ไป New York ปี 2012 (เหตุการณ์ใน Avenger) เพื่อเอา Space Stone, Time Stone และ Mind Stone โดยในทีมนี้เกิดการผิดแผน จนทำให้ Loki ซึ่งถูกจับกุมอยู่ฉวยโอกาสใช้ Space Stone เปิดวาร์ปหนีไปได้ (ตรงนี้จึงเปิดเป็นการเกิดโลกคู่ขนานใหม่ขึ้นมา) แต่แล้ว Captain กับ Iron Man ก็ยังแก้ไขได้ด้วยการย้อนกลับไปในปี 1970 เพื่อเอา Space Stone จากฐานทัพของ SHIELD แทน
  3. ทีม Natasha Barton Rhodey และ Nebula ตามหา Power Stone และ Soul Stone ในปี 2014 (เหตุการณ์ใน Guardians of the Galaxy) และดูจะเป็น Time Line ที่มีปัญหามากที่สุด เพราะถึงแม้จะชิงอัญมณีมาได้ แต่ความจำของ Nebula ในปัจจุบัน ดันไปทับซ้อนกับความจำของ Nebula ในอดีต ทำให้ Thanos รู้ถึงอนาคตและแผนการทั้งหมดของเหล่า Avengers จึงสลับตัว Nebula ในอดีตกลับไปยุคปัจจุบัน (ปี 2023) แทน เพื่อแอบตั้งค่าเครื่องข้ามมิติ Quantum ส่งกองทัพ Thanos ตามมา

อย่างไรก็ตามหลังจากจบศึกสุดท้าย Hulk ให้ Captain นำ Infinity Stones ทั้งหมดกลับไปคืนในช่วงเวลาที่เอามา ส่งผลให้แต่ละช่วงเวลาจะเหมือนกับ Infinity Stones หายไปแค่ไมกี่นาทีเท่านั้น แต่ก็ยังมี โลกคู่ขนาน ที่เกิดขึ้นใหม่ใน 2 ช่วงเวลา นั่นคือ

  1. ปี 2012 Loki หนีจากการจับกุมได้และหายตัวไปพร้อมกับ Space Stone ซึ่งขัดกับเหตุการณ์ตามปกติที่ Loki จะถูกนำตัวไปขังใน Asgard และถูก Thanos ฆ่าตายใน Infinity War (คาดกันว่า Loki ในช่วงเวลานี้จะไปโผล่ เป็นเนื้อเรื่องซีรีส์เดี่ยวของตัวเองบน Disney Plus)
  2. ปี 2014 กองทัพ Thanos ข้ามมิติมาในยุคปัจจุบัน(ปี 2023) และพ่ายแพ้ไป ส่งผลให้ในปี 2014 เกิดโลกคู่ขนานใหม่ที่ไม่มีกองทัพ Thanos อยู่อีกต่อไป

หวังว่าหลังอ่านบทนี้แล้วน่าจะพอช่วยให้นึกภาพออกกันได้มากขึ้นนะครับ เพราะหนังค่อนข้างพูดถึงทฤษฎีตรงนี้เร็ว และอาจจะฟังที่แรกอาจจะงงๆ เพราะพี่ Hulk ของเราบอกไว้ว่า

“ตัวเราในปัจจุบันเมื่อเดินทางไปอดีต ก็คือเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับเราในอนาคต และอนาคตที่เราเดินทางมาก็จะกลายเป็นอดีตสำหรับเรา”

คือมันก็ถูกต้องตามนั้นแหละ แต่ถ้าอ่านแล้วยังไม่ค่อยเข้าใจแนะนำให้ลองอ่านทวนแล้วค่อยๆ คิดตามไปทีละช่วงครับ

ก่อนจบบทความนี้ขอยกตัวอย่างอีกซักเรื่อง ในเหตุการณ์ที่ Nebula ปัจจุบันและอดีตได้มาเจอกัน ทั้งคู่คือ Nebula แต่ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมา ทำให้มีความคิดที่ต่างกันคนละขั้ว จนถึงเหตุการณ์ที่ Nebula ปัจจุบันยิง Nebula อดีตตาย จะเห็นว่าตัว Nebula ในปัจจุบันก็ไม่ได้ตายไปด้วย เพราะถึงแม้ว่าเขาคือคนเดียวกันในทางรูปลักษณ์ แต่ตามทฤษฎีของเรื่องนี้ ก็คือคนที่มาจากต่างช่วงเวลา มีความคิดอ่านต่างกัน การกระทำไม่ได้ส่งผลต่อกัน และก็ไม่ได้มีดวงชะตาผูกติดกัน หรือเรียกง่ายๆว่าคนละคนกันนั่นเอง