ขยี้ฉาก End Credit Eternals ฮีโร่พลังเทพเจ้า

ภาพยนตร์อีกหนึ่งเรื่องในจักรวาล MCU (Marvel Cinematic Universe) ที่คราวนี้เป็นการเปิดเนื้อเรื่องของตัวละครฮีโร่กลุ่มใหม่อย่าง Eternals ที่จะเรียกเป็นฮีโร่ก็ไม่เชิงนักเพราะพวกเขาเป็นเหมือนเทพที่คอยปกป้องและชี้ทางให้กับเหล่ามนุษย์มาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งตัวหนังก็ทำให้เราได้รู้จักกับสิ่งที่อยู่เหนือจากมนุษย์และเอเลี่ยนขึ้นไปอีกขั้น ถือว่าเป็นการขยายจักรวาล MCU ออกไปจนแทบจะไม่มีที่สิ้นสุด

รวมถึงในฉาก End Credit ของหนังเองก็มีการปูเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นต่อไปทั้งบนโลกมนุษย์ และกับเหล่า Eternals ด้วย ดังนั้นพวกเรา Dude it’s Time จะมาขยี้ฉาก End Credit Eternals กันอีกเช่นเคย ถ้าพร้อมแล้วตามมากันเลย!!

ฉาก End Credit Eternals จะประกอบด้วย 2 ฉากด้วยกัน

ฉากแรก หรือ Mid Credit

เริ่มต้นที่ Domo ยานของกลุ่ม Eternals โดยสมาชิก 3 คนได้แก่ Thena, Druig, Makkari ได้เดินทางออกจากโลกไปตามหา Eternals ที่อยู่ในดาวอื่นเพื่อจะบอกความจริงเกี่ยวกับต้นกำเนิดและหน้าที่ของพวกเขา

นั่นก็คือที่สิ่งถูกบอกเล่าในหนัง ว่าความจริงแล้ว Eternals เป็นเพียงตุ๊กตาว่างเปล่า ที่จะถูกปลุกชีวิตขึ้่นให้ไปทำภารกิจปกป้องและชี้ทางให้สิ่งมีชีวิตบนดาวเคราะห์นั้นๆ เกิดการพัฒนาเผ่าพันธุ์ ทั้งหมดก็เพื่อให้ Celestial สิ่งมีชีวิตโบราณที่หลับใหลอยู่ใจกลางของดวงดาวได้รับพลังและตื่นขึ้นมาพร้อมกับทำลายดาวเคราะห์นั้นทิ้งไป จากนั้นเหล่า Eternals ก็จะเสร็จสิ้นภาระกิจพร้อมกับถูกลบความทรงจำกลับสู่ความว่างเปล่า เพื่อรอถูกปลุกขึ้นมาทำภารกิจใหม่อีกครั้ง เป็นวัฎจักรวนเวียนไปไม่จบสิ้น

ในระหว่างนั้นเอง จู่ๆภายในยานก็เกิดการสั่นสะเทือนขึ้น พร้อมกับมีใครบางคนวาร์ปออกมา ซึ่งก็คือ Pip the Troll (ให้เสียงโดย Patton Oswalt) สิ่งมีชีวิตร่างแคระและมีใบหูยาวและหลังจากนั้น Pip ก็กล่าวประโยคประกาศการต้อนรับอีกคนที่ทำกำลังจะออกมาจากวาร์ป

“the Knave of Hearts, the defeater of Black Roger, Prince of Titan and Thanos’ brother,”

ซึ่งผู้นั้นก็คือ Eros (แสดงโดย Harry Styles) ผู้เป็นน้องชายของ Thanos และ เจ้าชายแห่งดาวไททั่น โดยเขาก็เป็น Eternals เช่นกัน Eros โผล่มาทักทายและโชว์อุปกรณ์บางออกมา พร้อมบอกกับพวก Thena ว่า “ดูเหมือนเพื่อนของพวกเธอกำลังเจอกับปัญหาใหญ่” หมายถึง Sersei, Phastos และ Kingo ที่ถูก Arishem ดึงตัวไปจากโลกเพราะไปขัดขวางการอุบัติของ Tiamut Celestial ที่หลับใหลอยู่ในโลกนั่นเอง นอกจากนี้ Eros ยังบอกว่าเขารู้จะไปตามหาพวก Sersei ได้ที่ไหน และฉากก็จบลงตรงนี้

สำหรับ Eros นั้นเป็นตัวละครที่มีสมญานามว่า Starfox ตาม Comic ก็เป็นน้องชายของ Thanos อย่างที่ End Credit บอกไว้ โดยเขามีนิสัยเป็นหนุ่มเจ้าสำราญ และพลังของเขาก็คือการทำให้สมองคนรอบข้างมีความสุข กระตุ้นความรู้สึกรัก ทำให้คนที่ถูกพลังของเขานั้นเกิดความหลงใหล จนอาจจะถึงขั้นโน้มน้าวให้ทำอะไรตามที่เขาต้องการได้หากคนนั้นจิตใจไม่แข็งแรงพอ ซึ่งที่แม้จะเป็นน้องชายของวายร้ายอย่าง Thanos แต่ Eros ก็ไม่ค่อยจะถูกกับพี่ชาย และอยู่ฝ่ายธรรมะรักษาความถูกต้องเสียมากกว่า สำหรับบทบาทของเขาใน MCU จะเป็นอย่างไรเมื่อไม่มี Thanos อยู่แล้วก็เป็นที่น่าสนใจไม่น้อยเลย

ด้าน Pip ก็คือชาวเผ่า Troll ที่มีลักษณะคล้ายภูติแคระ โดยบทบาทของเขาก็จะออกไปทางตัวสร้างสีสันและเรียกเสียงฮา ด้วยที่มีนิสัยชอบปาร์ตี้ชอบดื่ม แต่ก็ยังมีบทบาทในการเป็นสายซัพพอร์ทด้วย เนื่องจากเขามีพลังในการ เทเลพอต อย่างที่เห็นกันใน End Credit นอกจากนี้ตาม Comic เขายังเป็นเพื่อนกับ Adam Warlock ผู้มีพลังในระดับพระเจ้า

โดยใน MCU เองก็เคยมีการกล่าวถึงมาแล้วในฉาก End Credit ของ Guardians of the Galaxy vol. 2 ตั้งแต่ปี 2017 ที่ตอนนี้ก็ผ่านมาเกือบ 5 ปีแล้ว เรายังได้รู้เพียงแค่ตัวละคร Adam Warlock นี้จะรับบทโดย Will Poulter เท่านั้นเอง

End Credit ฉากที่ 2

กลับที่โลก Dane Whitman กำลังอยู่ในห้องพร้อมกับหีบโบราณใบหนึ่ง นั้นคือความลับของตระกูลที่เขาพยายามจะบอก แฟนสาว Sersei แต่ก็ถูก Arishem เอาตัวไปจากโลกเสียก่อนในฉากจบของหนัง Dane เปิดหีบออกก็พบกับข้อความสีสลักไว้ด้านในว่า “Death is my reward.” และสิ่งที่อยู่ในหีบนั้นก็คือ Ebony Blade ดาบต้องสาปเล่มสีดำ โดยก่อนที่ Dane จะยื่นมือไปจับดาบ ก็ได้มีเสียงลึกลับพูดขึ้นมาว่า “แน่ใจนะว่าคุณพร้อมสำหรับเรื่องนี้แล้ว” และฉากก็จบลงตรงนี้

สำหรับตัวละคร Dane Whitman ในเวอร์ชั่น Comis เขาคือฮีโร่นามว่า Black Knight ผู้ใช้ดาบ Ebony Blade ซึ่งถูกสร้างขึ้นมาจากเศษอุกาบาตโดยพ่อมดเมอร์ลิน ซึ่งดาวดั่งกล่าวมีความสามารถทั้งกับป้องกันเวทมนตร์ ความคมที่ตัดได้เกือบทุกอย่าง แต่มันก็มาพร้อมคำสาปที่ดาบจะดูดซับพลังจะผู้ที่ถูกสังหาร และมันก็ทำให้ผู้ใช้ที่(จิตใจไม่แข็งพอ)เกิดความกระหายเลือด อยากฆ่าฟันผู้คนด้วย

ส่วนเสียงปริศนาที่ออกมาเตือน Dane ในตอนสุดท้ายนั้นทางผู้สร้างก็ได้เปิดเผยมาแล้วว่าเป็นเสียงของ Mahershala Ali ผู้ที่จะรับบทเป็น Blade นักรบลูกครึ่งแวมไพร์นั่นเอง

ซึ่งตอนนี้ก็รู้สึกว่า Marvel Cinematic Universe กำลังปูเรื่องราวที่ขยายโลกออกไปอย่างกว้างไกลเหลือเกิน ยังไงก็อย่างลืมรักษาสุขภาพเพื่อที่จะได้อยู่รับชมภาพยนตร์กันต่อไปนานๆนะครับ